ลงพื่นที่ช่วยเหลือกรณี Justice Care

19 ก.ค. 2564 17:13 น.

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดลพบุรี ขอรายงานการช่วยเหลือผู้เสียหายหรือเหยื่ออาชญากรรม แบบบูรณาการ ตามแนวทางยุติธรรมสร้างสุข ยุติธรรมเชิงรุก สร้างสุขให้ประชาชน ประจำวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 กรณี “ แจ้งจับหลานชายคลั่งยาบ้า หลอนทำร้ายย่าน้องสาวเจ็บ ” ดังนี้
วันที่ 17 กรกฎาคม 2564 เวลา 11.00 น. นางสาวคริษฐ์ฐา เมืองสมบูรณ์ ยุติธรรมจังหวัดลพบุรี มอบหมายเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ติดตามการเยียวยาให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย ณ พื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เข้าพบ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลทะเลชุบศร ทราบว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 นางฉลวย แดงแล้ว อายุ 70 ปี บ้านเลขที่ 112 หมู่ที่ 1 ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เข้าร้องขอความช่วยเหลือ สาเหตุถูกนายทวีโชค แดงแล้ว อายุ 22 ปี หลานชายที่ติดยาเสพติดจนหลอน ทำร้ายตนเองและหลานสาว
เมื่อเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าพื้นที่ แต่ไม่พบตัว ทราบว่าได้หลบหนีไปอาศัยอยู่บ้านญาติที่ ต.เขาสามยอด จึงได้เดินทางไปตรวจค้น พบนายทวีโชค อยู่จริงจึงได้ควบคุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี เพื่อดำเนินคดีเสพยาเสพติด ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่านายทวีโชค ได้ถูกออกหมายเรียกข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จากสถานีตำรวจภูธรกระทู้ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2564 ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทู้กำลังติดตามตัวแต่หนีมาอยู่ที่จังหวัดลพบุรีเสียก่อน
จากการสอบถามนางฉลวย ซึ่งเป็นย่า เล่าว่าทวีโชคเป็นหลานชายที่ตนเองเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากพ่อและแม่เลิกร้างกัน เมื่อเริ่มโตได้ไปอยู่กับญาติที่จังหวัดภูเก็ต จนเมื่อเดือนมิถุนายนก็ได้กลับมาอยู่ลพบุรี โดยไม่รู้มาก่อนว่าหนีคดีลักทรัพย์มา ย่าฉลวยเล่าด้วยใบหน้าเศร้าหมองว่า ระยะหลังหลานชายมักขอเงินเพิ่ม ของภายในบ้านหายบ่อย จนทราบว่าติดยาเสพติดอย่างหนักแล้ว เมื่อได้เสพแล้วมักพูดคนเดียว บางวันร้องให้ หัวเราะ เอะอะโวยวาย คล้ายคนวิกลจริต จึงไปปรึกษากับผู้ใหญ่บ้านเพื่อนำตัวไปบำบัด แต่ติดขัดที่ โรงพยาบาล เพราะรับคนไข้ได้เพียงครั้งละ 7 คน ซึ่งขณะนี้ทางโรงพยาบาลก็ปิดให้บริการเกี่ยวกับการบำบัด จนเมื่อวานวันที่ 15 ก.ค. 2564 ทวีโชคมีอาการหลอน เสี้ยนยาพยายามจะบังคับขอเงินเพิ่มจากตนและน้องสาว เมื่อไม่ได้ก็จะขโมยจักรยานยนต์น้องสาว จนเกิดการต่อสู้ ด่าทอ ทำร้ายย่า ทำร้ายน้องสาวตนเองจนปากแตกก่อนหลบหนีไป
สอบถามนายทวีโชค หรือก็อท ซึ่งยังอยู่ในอาการเบลอ เล่าว่าไม่ได้ทำร้ายใคร และไม่รู้ว่าตนเองทำร้ายใครด้วย เพียงจะขอแค่ยืมรถ แต่ถูกปฎิเสธจึงโมโห แต่ยอมรับว่าเสพยาบ้าอย่างหนัก เสพวันละหลายเม็ด ซึ่งยาบ้าหาไม่ยาก ในละแวกบ้านย่ามีขายเกลื่อน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสอบสวนเบื้องต้น ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงได้ควบคุมตัวส่งสถานบำบัดภายในเรือนจำกลางจังหวัดลพบุรี
จากการเข้าพบ ร.ต.อ.วีรพันธ์ ชื่นชม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ทราบเบื้องต้นว่า ทางย่าและน้องสาวของผู้ต้องหา ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของสำนวนแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สถานีตำรวจภูธรกระทู้ จ.ภูเก็ต มาอายัดตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดี ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
จากนั้นได้ลงพื้นที่ไปที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี พบ นายศักดิ์ชาย เสตานุช (ผู้ใหญ่บ้าน) ทราบว่าต้องการให้ผู้ต้องหาได้รับการบำบัดยาเสพติด จึงประสงค์ให้ผู้ต้องหาอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดลพบุรี ไม่อยากให้ออกมาสร้างความเดือนร้อนแก่คนในครอบครัวอีกในส่วนเรื่องของการทำร้ายร่างกายคือย่าและน้องสาวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จึงไม่ประสงค์แจ้งความร้องทุกข์แก่ผู้ต้องหา
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการแจ้งสิทธิฯ แก่ผู้บาดเจ็บ ในการขอรับเงินค่าตอบแทนฯ ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2559 แต่ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำด้านกฎหมาย ซึ่งผู้บากเจ็บรับทราบและเข้าใจดีแล้ว ตามแนวทางการให้ความช่วยเหลือตามภารกิจของกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ ผู้เสียหายไม่ยินยอมให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดลพบุรีประชาสัมพันธ์โดยเปิดเผยชื่อและนามสกุล เพื่อรายงานผลการดำเนินการให้ผู้บังคับบัญชาทราบ